ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก
อนุทินครั้งที 6
                       13 กุมภาพนธ์ 2561
นักทฤษฏีพัฒนาการกับเด็กปฐมวัยคาบเรียนนี้พรีเซนต์เนื้อหาความรู้นักทฤษฎีเเต่ละกลุ่ม มีดังนี้
ทฤษฎีด้านจิตวิเคราะห์ของฟรอยด์
ทฤษฎีพัฒนาการด้านจิตสังคมของอีริคสัน
ทฤษฎีของกรีเซล
ทฤษฎีด้านจริยธรรมของโคลเบอร์ก
ทฤษฎีพัฒนการด้านความคิดเข้าใจของบรุนเนอร์
ทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของฟรอยด์
        ทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของฟรอยด์ ซิกมุนด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) เป็นนายแพทย์ จิตแพทย์ และนักจิตวิทยาชาวออสเตรีย เกิดเมื่อวันที่ 06 พฤษภาคม ค.ศ.1856และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 23 กันยายน ค.ศ. 1939เป็นผู้สร้างทฤษฎีจิตวิเคราะห์

อนุทินครั้งที่ 7
วันที่ 13/กพ/61

ฟรอยด์

ได้แบ่งขั้นพัฒนาการทางเพศไว้ 5 ขั้นตอน คือ
        1.  ขั้นปาก (Oral Stage) (แรกเกิด - 18 เดือน) ลิบิโดไปกระตุ้นบริเวณปาก การดูดจึงเป็นการลดภาวะเครียดของเด็ก แต่เด็กบางคนอาจเกิดภาวะติดค้างได้ ซึ่งอาจเนื่องจากการหย่านมด้วยวิธีการรุนแรง การมีน้องเร็ว การที่มารดามีภารกิจมาก เป็นต้น เมื่อบุคคลนี้เติบโตขึ้นก็อาจมีพฤติกรรมชอบกินเหล้า สูบบุหรี่ กินจุกจิก จู้จี้ขี้บ่น เป็นต้น
        2.  ขั้นทวารหนัก (Anal Stage) (อายุ 1 ปี 6 เดือน - 3 ปี 6 เดือน) ลิบิโดไปกระตุ้นที่ทวารหนัก การกัก และการปล่อยอุจจาระจึงเป็นการลดภาวะเครียดของเด็ก แต่ถ้าผู้ใหญ่ที่เลี้ยงดูใช้วิธีการเข้มงวดในการฝึกวินัยในการขับถ่าย เด็กจะเกิดภาวะติดค้าง เมื่อโตขึ้นอาจมีนิสัยเผด็จการหรือไม่มีความพอดีในเรื่องความสะอาดและการใช้จ่าย
        3.  ขั้นอวัยวะเพศ (Phallic Stage) (อายุ 3 ปี 6 เดือน - 6 ปี) ลิบิโดไปกระตุ้นบริเวณอวัยวะเพศ ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากเด็กเริ่มสนใจความแตกต่างระหว่างเพศ จึงทำให้ชอบจับต้องอวัยวะเพศเล่น เป็นการลดภาวะเครียด แต่ผู้ใหญ่มักใช้ค่านิยมของตนไปตัดสินพฤติกรรมของเด็กว่าไม่เหมาะสม ซึ่งเป็นการขัดขวางการลดภาวะเครียดของเด็ก ทำให้เด็กเกิดภาวะติดค้าง เมื่อโตขึ้นเด็กก็อาจจะชอบแสดงออกในเรื่องเพศ ชอบพูดจาสองแง่สองง่าม หรือให้ความสนใจต่อเรื่องเพศมากเป็นพิเศษ  ในขั้นนี้มีสิ่งสำคัญเกิดขึ้นคือ เด็กชายเกิดปมโอดิปุส (Oedipus Complex) และเด็กหญิงจะเกิดปมอีเลคตร้า (Electra Complex) ซึ่งหมายถึงความรู้สึกของเด็กชายที่รักและติดแม่ เด็กหญิงจะรักและติดพ่อ และเด็กชายจะเลียนแบบพ่อเพื่อให้เป็นที่รักของแม่ ส่วนเด็กหญิงจะเลียนแบบแม่เพื่อให้เป็นที่รักของพ่อ อันส่งผลให้เริ่มมีบุคลิกภาพสอดคล้องกับเพศของตน
        4.  ขั้นพัก หรือขั้นแฝง (Latency Stage) (อายุ 6 - 12 ปี) ขั้นนี้ถือได้ว่าเป็นการพัก แต่มิใช่ว่าไม่มีการกระตุ้นของลิบิโดแต่พฤติกรรมทางเพศเป็นไปอย่างสะเปะสะปะไม่อยู่ที่บริเวณใดบริเวณหนึ่งโดยเฉพาะจึงไม่มีภาวะติดค้าง
        5.  ขั้นเพศ (Genital Stage) (อายุ 12 - 20 ปี) เป็นช่วงวัยรุ่น ลิบิโดจะไปกระตุ้นบริเวณอวัยวะเพศ และเป็นไปอย่างมี “วุฒิภาวะทางเพศ” กล่าวคือ พร้อมต่อการสืบพันธุ์ การลดภาวะเครียดจึงเป็นการบำบัดความใคร่ด้วยตนเอง (Masturbation) ทั้งนี้เนื่องจากสภาพทางสังคมยังไม่เอื้อต่อการให้บุคคลในวัยนี้มีคู่ครองทั้งๆ ที่มีความต้องการทางการสืบพันธุ์สูงมาก

อีริคสัน เป็นลูกศิษย์ของฟรอยด์ได้สร้างทฤษฎีขึ้นในแนวทางความคิดของฟรอยด์ แต่ได้เนินความสำคัญทางด้านสังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมด้านจิตใจ ว่ามีบทบาทในพัฒนาการบุคลิกภาพมาก ความคิดของอีริคสันต่างกับฟรอยด์หลายประการ เป็นต้นว่า คือถือว่าพัฒนาการของคนไม่ได้จบแค่วัยรุ่น แต่ต่อไปจนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต คือ วัยชรา และตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ บุคลิกภาพของคนก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทฤษฎีจิตสังคม

กีเซลล์ได้แบ่งพัฒนาการเด็กออกเป็น 4 ด้าน ดังนี้
1. พฤติกรรมด้านการเคลื่อนไหว (gross motor development)
เป็นความสามารถของร่างกายที่ครอบคลุมถึงการบังคับอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายและความ สัมพันธ์ทางด้านการเคลื่อนไหวทั้งหมด

2. พฤติกรรมด้านการปรับตัว(fine motor or adaptive development)
 เป็นความสามารถในการประสานงานระหว่างระบบการเคลื่อนไหวกับระบบความรู้สึก เช่น การประสานงานระหว่างตากับมือ ซึ่งดูได้จากความสามารถในการใช้มือของเด็ก เช่น ในการตอบสนองต่อสิ่งที่เป็นลูกบาศก์ การสั่นกระดิ่ง การแกว่งกำไล ฯลฯ ฉะนั้น พฤติกรรมด้านการปรับตัวจึงสัมพันธ์กับพฤติกรรมทางด้านการเคลื่อนไหว

3. พฤติกรรมทางด้านภาษา(language development)
ประกอบด้วยวิธีสื่อสารทุกชนิด เช่น การแสดงออกทาง หน้าตา ท่าทาง การเคลื่อนไหวท่า ทางของร่างกาย ความสามารถในการเปล่งเสียง และภาษาพูดการเข้าใจในการสื่อสารกับผู้อื่น

4. พฤติกรรมทางด้านนิสัยส่วนตัวและสังคม (personal social development)
เป็นความสามารถในการปรับตัวของเด็ก ระหว่างบุคคลกับบุคคลและบุคคลกับกลุ่มภายใต้ภาวะแวดล้อมและสภาพความเป็นจริงนับเป็นการปรับตัวที่ต้องอาศัยการเจริญเติบโตของสมองและระบบการเคลื่อนไหวประกอบกัน ในส่วนที่เกี่ยวกับความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็ก

ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์


ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของบรุนเนอร์  บรุนเนอร์      (Bruner) เป็นนักจิตวิทยาที่สนใจและศึกษาเรื่องของพัฒนาการทางสติปัญญาต่อเนื่องจากเพียเจต์ บรุนเนอร์เชื่อว่ามนุษย์เลือกที่จะรับรู้สิ่งที่ตนเองสนใจและการเรียนรู้เกิดจากกระบวนการค้นพบด้วยตัวเอง  แนวคิดที่สำคัญ ๆ ของบรุนเนอร์




ประเมินตนเอง
ตั้งใจฟังที่อาจารย์สอน

ประเมินเพือน
เพือนก็ตั้งใจที่อาจารย์สอน

ประเมินอาจารย์
สอนดี เข้ามจถึงแม้จะง่วงนอนแต่ก็สอนสนุกบางทีอาจารย์ก็มีมุกขำๆไม่น่าเบื่อมาก

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

      อนุทินครั้งที่่ 2 วันที่ 16 มกราคม 2561 วันนี้อาจารย์ก็เช็คชื่อด้วยปั้มไก่เหมือนเดิมใครมาเช้าก็ได้ใกล้ตัวสีเขียวใครมาสายก็ได้ไก่ตัวสีแดง แล้ววันนี้อาจารย์ก็สอนเนื้อหาต่างๆในวิชาเรียนมีทั้งวิดีโอให้เราดูวันนี้ที่เราเรียน จะเป็นเรื่องการปฏิสนธิตั้งแต่อยู่ในตัวอสุจิเราก็จนคลอดลูก ตั้งแต่เริ่มมีการตั้งไข่ มันก็เปิดคลิปให้ดูคลิปนั้นก็จะเป็นเกี่ยวกับคลิปการคลอดลูกแบบธรรมชาติก็จะให้เราเห็นถึงความเจ็บปวดของพ่อแม่ว่าเจ็บมากขนาดไหน เราก็มีคลอดแบบพาก็จะเห็นหมอผ่าแบบสดๆเลยแล้วก็จะมีวิดีโอที่แบบตัวอสุจิเข้าไปฟังในรังไข่ของผู้หญิงเราเกิดมาเป็นตัวเด็กอาจารย์ก็ได้เปิดให้ดูมันก็เป็นความรู้แก่ตัวเรา แล้วก็เปิดวีดีโอที่คลอดแบบธรรมชาติให้เราดู   ประเมินอาจารย์   อาจารย์ก็สอนเกี่ยวกับเชิงเปิดวิดีโอให้ดูมากกว่าการที่อาจารย์มาพูดหนูก็ว่าดีไปอีกแบบหนึ่งเพราะเด็กจะได้ไม่เบื่อ ประเมินเพือน วันนี้เพื่อนเพื่อนก็ตั้งใจดูคลิปดีเพราะว่ามันตื่นเต้นมากเพราะมีคลิปที่น่ากลัวเช่นการทำคลอด       ประเมินตนเอง ...
อนุทินครั้งที่ 8 เริ่มแรกปั้มไก่ มีพูดเนื้อหาเกี่ยวกับที่จะไปงานในวันที่ 4/04/61 วันนี้เเรียนเรื่อง แนวทางการจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ปัจจัยของสิ่งแวดล้อมขึ้นอยู่กับ 4 ปัจจัย 1 ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ตอบสนองขั้นพื้นฐาน 2 ประสบการณ์ที่ขึ้นอยู่กับสภาพครอบครัว 3 ประสบการณ์ที่เด็กได้รับจากสัมพันธภาพทางสังคม 4 ประสบการณ์ที่ได้รับความสะเทือนใจมาตั้งแต่เด็ก เช่น พ่อแม่ตี พ่อข่มขืนลูก อิทธิพลของสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย 3 กลุ่ม 1 สิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมพัฒนาการทางกาย เช่น อาหาร ครีมมาบำรุง 2สิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมทางด้านอารมณ์สังคม เช่น สื่อต่างๆ ข่าวสาร ไอที เทคโนโลยีเข้ามา 3สิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมพัฒนาการทางด้านสติปัญญา จัดสิ่งแวดล้อมในสถานศึกษาเด็กปฐมวัย 1การจัดสิ่งแวดล้อมในห้องเรียน เช่น จัดห้องเรียนแบบสนามเด็กเล่น เด็กชอบอะไรต้องทำแบบนั้น การจัดการเรียนการสอนต้องมีสิ่งที่หลากหลาย 2 การจัดสิ่งแวดล้อมนอกห้องเรียน โดยใช้พื้นที่เป็น 2 ส่วน  สนาม กับ สวนในโรงเรียน  สิ่งที่เอื้อต่อการเรียนรู้ หนังสื่อ ของเล่น สื่อ สมองกับการเรียนรู้โดยใช้สื่...
อนุทินครั้งที่ 14 วันนี้อาจารย์ได้สอนเกี่ยวกับเรื่องสุขกับภาพและอาหารที่เหมาะสำหรับเด็กในแต่ละช่วง อาหารเป็นสิ่งสำคัญที่สุดต่อร่างกายของมนุษย์ นับตั้งแต่ปฏิสนธิอยู่ในครรภ์มารดาเมื่อเริ่มมีชีวิต ทารกจะได้รับอาหารผ่านทางสายรก และใช้ในการเจริญเติบโตตลอด อาหารที่ให้โทษแก่เด็กก็คือพวก KFC  อาหารขยะต่างๆ   เด็กควรเลิกกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ อาหารตามช่วงวัย อาหาร + โภชนาการ การให้อาหารทารก   0-4 m น้ำนมแม่ 3m น้ำนมแม่ + หรือไข่แดงต้มสุก + น้ำแกงจืดวันละครั้ง 6m กินน้ำนมแม่ + ข้าวบดปลาไข่ + ผลไม้ผักบทด + แทนนมแม่หนึ่งมื้อผลไม้บดเป็นอาหารง่าย 7 m นมแม่ + ข้าวบด + เนื้อสัตว์บด 8-9 m   นมแม่ + อาหารบทอยากเพิ่มปริมาณเป็นอาหารหลักแทนนมแม่ได้สองคน 13-12m นมแม่ + อาหารเหมือนเดิมเพิ่มปริมาณ เป็น 3 มื้อ   13-24 m ดื่มนมจากแก้ววันละ 2-3 ครั้ง จ้าวสวยไม่ต้องบด ทานได้เหมือนผู้ใหญ่แต่ไม่แข็งเกินไป   ประเมินเพือน เพือนก็ตั้งใจเรียนดี ประเมินตนเอง ตั้งใจฟังทีอาจารย์สอน แระเมินอาจารย์ สอนเข้ามจเนื้อหาอย่างละเอียดไม่งง